แม้หลายประเทศจะมีนโยบายส่งเสริม “เกลือเสริมไอโอดีน” เพื่อป้องกันภาวะขาดสารไอโอดีน แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดเกลือที่ ไม่มีไอโอดีนโดยธรรมชาติ (Non-Iodized Natural Salt) กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เชฟมืออาชีพ และผู้ที่มีข้อจำกัดทางการแพทย์
บทความนี้อธิบายเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกลือธรรมชาติที่ไม่เติมไอโอดีนยังคงได้รับความนิยม
1. ความต้องการควบคุมอาหารเฉพาะบุคคล
ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยจำกัดไอโอดีน เช่น ผู้ที่เตรียมรับการรักษาด้วยไอโอดีนกัมมันตรังสี หรือผู้ป่วยไทรอยด์บางประเภท ดังนั้น เกลือที่ไม่มีการเติมไอโอดีนจึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยควบคุมปริมาณไอโอดีนในอาหารได้แม่นยำขึ้น
แม้สำหรับคนทั่วไป กระแสการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล (personalized nutrition) ก็ทำให้ผู้บริโภคต้องการเลือกวัตถุดิบที่ “ไม่เติมสารเพิ่มเติม”
2. แนวคิด “ธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่ง”
ผู้บริโภคจำนวนมากนิยมผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบน้อย (clean label) เกลือที่ไม่มีการเติมไอโอดีนหรือสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน จึงถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ 100%
แนวคิดนี้สอดคล้องกับกระแสอาหารออร์แกนิกและอาหารธรรมชาติที่เติบโตทั่วโลก
3. การใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและการทำอาหารระดับมืออาชีพ
เชฟและผู้ผลิตอาหารบางประเภทนิยมใช้เกลือที่ไม่เติมไอโอดีน เพราะไอโอดีนอาจมีผลเล็กน้อยต่อรสชาติหรือปฏิกิริยาทางเคมีในกระบวนการหมักและแปรรูปอาหารบางชนิด
4. นโยบายไอโอดีนแตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ไม่ใช่ทุกประเทศที่บังคับใช้เกลือเสริมไอโอดีนแบบครอบคลุม บางประเทศมีตัวเลือกทั้งแบบเติมและไม่เติม ทำให้ตลาดเกลือธรรมชาติยังคงเติบโตควบคู่กัน
องค์การอย่าง World Health Organization สนับสนุนการแก้ปัญหาการขาดไอโอดีนในระดับสาธารณสุข แต่ไม่ได้กำหนดให้ทุกผลิตภัณฑ์ต้องเสริมไอโอดีนในทุกกรณี
5. ความสมดุลระหว่างสาธารณสุขและทางเลือกผู้บริโภค
ในอดีต การเสริมไอโอดีนช่วยลดปัญหาคอพอกและภาวะขาดสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อภาวะขาดไอโอดีนลดลงในหลายประเทศ ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตนเอง
สรุป
ความนิยมของเกลือที่ไม่มีไอโอดีนโดยธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการปฏิเสธไอโอดีน แต่เกิดจากความต้องการทางเลือก ความใส่ใจในส่วนผสมที่เรียบง่าย และการควบคุมอาหารเฉพาะบุคคล
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชากรทั่วไป ไอโอดีนยังคงเป็นสารอาหารจำเป็น การเลือกใช้เกลือแบบใดจึงควรพิจารณาตามภาวะสุขภาพและคำแนะนำทางการแพทย์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น